กว่ากระสือจะหอม🌸🌸…กว่ากระสือจะมีแสง เป็น แสงกระสือ🔥🔥🔥(สปอยหนักมาก ถ้ายังไม่ได้ดู อย่าเพิ่งอ่านนะคะ)

ถ้าจะให้ท้าวความถึงโปรเจ็คแสงกระสือก็ต้องบอกว่า เราโชคดีที่ได้มีโอกาสเดินทางร่วมกันมาไกลมากกกก… วันแรกที่ได้รู้จักกัน คือพี่อิ๋วให้พี่เอ๋(ผู้ช่วย) ส่งบทแคส “สาย” กับ” น้อย”มาให้โค้ชเด็กๆที่ทางเอ็มพิคเจอร์สกำลังสนใจ และอาจจะเซ็นสัญญาในช่วงนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีเด็กคนไหนได้บทนี้ไปเหมือนเราจะแยกทางจากกันเป็นระยะเวลาสั้นๆ😢😢😢

แต่แล้วไม่นานก็กลับมาเจอกันใหม่😀😀😀ภายใต้การกำกับของพี่โดม (โลกแสนจะกลม เพราะพี่เค้าเคยเป็นผู้ช่วยอยู่ฟีโน สมัยที่เราเป็นผู้ช่วยแคสติ้งที่นั่น) การมาทำงานด้วยกันอีกครั้งกับบทบาทใหม่ของพี่โดม และเรา ต่างก็มีความท้าทายสูง ตอนนั้นทางพี่อิ๋ว M picture นัดให้ได้ไปเจอพี่โดมที่ไอแบร์รี่ตรงJ Avenue พร้อมพี่เหมียว producer Meo Boontamcharoen พี่โดมบอกว่าพี่อยากได้กระสือแบบใหม่ ตีความใหม่ ให้การเป็นกระสือจับต้องได้มากขึ้น เป็นหนังวัยรุ่นพูดเรื่องของเด็กผู้หญิงวัยแรกแย้ม เพิ่งเป็นเมนส์…โคตรท้าทายเลยย เอาว่ะ… เราก็ทำการบ้านเตรียมเวิร์คชอปการบ้านตัวละครอย่างหนักทั้ง เรื่องของคาแรคเตอร์ตัวละครในเชิงจิตใจ และทางกายภาพ เพื่อช่วยให้น้องๆนักแสดงได้Explore เพื่อค้นเจอตัวละครในแบบของพวกเขา

พอได้มาเจอนักแสดงที่จะเข้ามารับบทตัวละครทั้งสาม คือ น้อย เจิด และสาย ก็ดันมีความโลกกลมอยู่อีก คือเกรทเคยเรียนการแสดงด้วยกันมาตั้งแต่เพิ่งเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆแต่ในวันนั้นที่เจอ น้องต่างจากเดิมไปมาก ดูเป็นหนุ่มขึ้น มั่นใจมากขึ้น มีรอยยิ้มที่เป็นเสน่ห์มากขึ้น และมีประสบการณ์การแสดงที่มากขึ้น แต่การสร้างตัวละครเจิดกลับไม่ได้ง่ายขึ้นกับเกรทเลย เพราะเจิดจะมีความLively แบบเด็กต่างจังหวัด ไม่คิดมาก มีความสุขสนุกกับชีวิตไปวันๆ เป็นตัวละครที่ต้องการพลังงานล้นเหลือ มีความแสบซ่าท้าทายชีวิต แบบวัยรุ่นต่างจังหวัด ซึ่งตัวตนจริงๆของหนุ่มเกรท คือ หนุ่มเมืองหลวง สายชิว รักหมาน้อยที่ดูจะตรงข้ามกับตัวเจิดมาก แถมๆๆๆ ต้องแสดงร่างของกระหังที่ไม่ใช่การแสดงแบบมนุษย์ทั่วไป ต้องมีการเวิร์กช็อป Gesture ท่าทางต่างๆ และ Physical Movement อีกนับครั้งไม่ถ้วน จนถลอกแล้วถลอกอีก บวม เขียว ช้ำกลับบ้านไปทุกวัน แต่เกรทก็ไม่เคยบ่นและท้อ ก็มาทำเต็มที่ในทุกๆวันเหงื่อหยดเต็มห้องเอากระดาษทิชชู่มาช่วยเช็ดช่วยถูห้องเวิร์คชอป แต่ทุกการกระทำมีผลลัพธ์ของมัน ถ้าใครมีโอกาสเดินเข้าไปโรงหนังเรื่อง แสงกระสือ คุณจะได้พบบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เกรทได้ใส่ทุกรายละเอียดของเจิดแบบอัดทุกเม็ดทะลุทุก effect จนเจิดได้ออกมาโลดแล่นได้น่ารักน่าชังน่าเอ็นดูน่าสงสารในหนังเรื่องนี้ รักเจิดนะ❤️❤️❤️❤️

โอบ ผู้ชายหนุ่มมาดนิ่งคนนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงมากเท่าไหร่ เพราะตัวตนเค้าก็มากไปด้วยความสามารถ และจากการเคี่ยวกรำมาอย่างดีจากสำนักนาดาวโดยพี่ย้ง Songyos Yong Sugmakananและครูบิว Bew Arjsamat โอบก็จัดทุกความสามารถทางการแสดงอย่างสุดตัว เพื่อสร้างตัวละครน้อยออกมาอย่างเต็มศักยภาพ ได้มีโอกาสทำเวิร์คช็อปกับโอบไปในส่วนของสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างแสนสาหัส ในส่วนที่ตัวละครต้องเจ็บปวดจากการจูบกระสือ ค้นหาระดับอาการเจ็บปวดว่ามันไปได้กันถึงขนาดไหน และ การตีความความรู้สึกในระดับต่างๆของน้อย เมื่อรู้ว่า ผู้หญิงที่ตัวเองรักเป็นกระสือ แต่มันก็เหมือนจะผ่านไปอย่างง่ายดาย เพราะโอบก็ทำมันได้อย่างเต็มที่ในทันที ต้องบอกว่าน้องเป็นนักแสดงมืออาชีพที่สวมบทบาทตัวละครได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าและถ่ายทอดความเป็น”น้อย” ออกมาได้อย่างบริสุทธิ์และงดงาม

มินนี่ Minnie Phantira Pipityakorn เหลือเก็บไว้มาเขียนเป็นคนสุดท้ายเพราะมีอะไรให้เขียนถึงเยอะมาก สาวน้อยวัย 16 ในตอนนั้น ที่มีความโคตรมหัศจรรย์ ทำอะไรได้ตามสัญชาตญาณล้วนๆคือเป็นคนที่ใช้หัวใจเวลาแสดง แม้บางครั้งน้องก็ไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดที่ลึกซึ้งของบทในตอนแรกๆ แต่มินนี่ก็สามารถแสดงออกมาได้เซอร์ไพรซ์เราตลอดเวลาที่เวิร์คช็อป แต่ในห้องเวิร์คชอปไม่เคยชมนางเลย เพราะรู้สึกว่านางยังไกลกับตัวละครอยู่มาก ส่งผลให้น้องเครียดและกดดัน ร้องไห้ออกมา เพราะรู้สึกทำไมมันโหดจัง (อันนี้นางพูดเอง) การบ้านก็หนัก ความคาดหวังก็เยอะ กังวลกดดันตัวเองแถมไปด้วย ว่าจะทำได้ไม่ดีพอ เพราะการแสดงก่อนหน้านี้ของน้องไม่เคยโดนทุบจนละเอียดขนาดนี้และไม่เคยโดนจัดเต็มให้ต้องละเอียดกับทุกๆความรู้สึก ไม่พอ ยังต้องมีเวิร์คช็อปการถอดหัวตอนกลายร่างเป็นกระสือ รวมๆแล้วทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไกลตัวสำหรับเด็กวัย 16 คนนี้มากๆโดนทำ Physical exercise เดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก ถลอกปอกเปิก เกร็งไปทั้งตัว เป็นชั่วโมงๆ ทำมันอยู่อย่างนั้นซ้ำๆไม่รู้กี่ครั้ง 
แถมตบท้ายก็ต้องมาเจอกับฉาก”จูบ”💋💋💋 ซึ่งน้องก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน ก็ต้องมาสอนแบบลงรายละเอียดเลยทีเดียวว่าต้องทำไงมั่ง อย่าให้ต้องลงดีเทลจะเขิลกันใหญ่ แต่ต้องขอบคุณโอบอีกครั้งที่กระโจนลงไปเป็นตัวละคร ทำให้น้องไม่ขัดเขินเพราะเห็นความจริงจังในการไปเป็นตัวละครของโอบเป็นตัวอย่าง จุดสิ้นสุดมันถึงฟินจริงๆ…น่าร้ากกก

จากเด็กน้อยมินนี่ใน Day 1 ผ่านการเวิร์คช็อปเสียน้ำตา เสียเหงื่อ เจ็บตัวในห้องเวิร์คช็อป จนกลายมาเป็น “สาย” ต้องบอกว่ามินนี่ได้ถ่ายทอดความเป็นกระสือหอมๆ ออกมาได้ทุกอณู มีเสน่ห์มากมาย จนหนุ่มๆที่เข้าโรงไปดู ถึงกับบอกว่าให้ กูเป็นกระหังกูก็ยอม!! ไงล่ะ…แม่กระสือสาว ⭐️⭐️⭐️

สุดท้ายนี้การเดินทางของเรากับแสงกระสือคงไม่สวยงามแบบนี้ ถ้าไม่ได้ทราย ณัฐฎา เชาวะวนิชย์ช่วยเคี่ยวเข็ญ ประกบนักแสดงในตอนออกกอง
ทรายช่วยถ่ายทอด ต่อยอด และทำหน้าที่โค้ชหน้ากองอย่างดีที่สุด คงไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า”ขอบคุณ”

ทุกการเดินทางของตัวละครที่ได้รับมาไม่เคยมีเลยสักครั้งที่รู้สึกว่ามันง่าย แต่ทุกครั้งเวลาที่ได้เห็นตัวละครขึ้นไปโลดแล่นบนจอหนังมันรู้สึกว่าโคตรคุ้มค่า ทุกหยาดเหงือ ทุกความเครียดที่ผ่านมา …
กับแสงกระสือก็เช่นกัน…มันหอมมาก อยากให้ได้ไปดู 🌸🌸🌸

Posted by:Boon Pitchayut